Bangkok Hair Business Solutions Hub
พาวีคอน เมดิเนส อะคาเดมี่ สถาบันฝึกอบรม แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาทักษะเชิงปฏิบัติการด้านการปลูกผม สำหรับแพทย์ และผู้ช่วยแพทย์ ที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถเชิงวิชาชีพ หรือต้องการเรียนรู้เทคนิคการปลูกผม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ รวมถึงผู้ประกอบการเจ้าของกิจการที่ต้องการเปิดธุรกิจการปลูกผมเพื่อขยาย และรองรับลูกค้าจำนวนมากที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตามการคาดการณ์ของผลการวิจัยที่ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า มูลค่าตลาดในธุรกิจนี้จะเติบโตมากกว่า 1.3 ล้านล้านบาทนั่นเอง
วงจรชีวิตของเส้นผม (Hair Cycle)
โดยปกติเเล้วเส้นผมของมนุษย์จะมีวงจรการงอก เติบโต เเละร่วงสลับกันไป โดยเเต่ละวงจรจะใช้ระยะเวลาประมาณ 5-6 ปี โดยทั่วไปบนศีรษะจะมีเส้นผมประมาณ 100,000-120,000 เส้น โดยในเเต่ละวันอาจมีผมร่วงได้ประมาณ 50-100 เส้น ซึ่งถือว่าไม่มีความผิดปกติเเต่อย่างใด ภาพ Hair Cycle ระยะที่ 1 ระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) เป็นระยะเเรกสุด และเป็นระยะที่เส้นผมจะงอกใหม่ขึ้นมา ซึ่งในวัยเด็กจะใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี เเต่เมื่ออายุมากร่างกายจะใข้ระยะเวลาการเจริญเติบโตสั้นลง ระยะที่ 2 ระยะพัก (Catagen Phase) เป็นระยะสิ้นสุดการเจริญเติบโตของเส้นผม ระยะนี้จะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ โดยในระยะนี้เส้นผมจะแยกตัวออกมาจากหลอดเลือดที่มีหน้าที่หล่อเลี้ยงเซลล์รากผม ทำให้เส้นผมค่อยๆ ขาดสารอาหาร เเละเตรียมตัวหลุดร่วงออกจากหนังศีรษะ ระยะที่ 3 ระยะหยุดการเจริญเติบโต (Telogen Phase) ถือว่าเป็นระยะสุดท้ายของวงจรชีวิตเส้นผม โดยต่อมรากผมจะเคลื่อนตัวขึ้นไปจากหลอดเลือดที่มีหน้าที่หล่อเลี้ยงเซลล์รากผมระยะหนึ่งเเล้ว ระยะนี้จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 3 เดือน โดยเส้นผมที่งอกใหม่จะดันเส้นผมเก่าให้หลุดร่วงออกไป อย่างไรก็ตามหากมีอะรมาขัดขวางการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่ หรือเป็นปัจจัยที่เร่งให้เส้นผมเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้น ก็จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของปัญหาผมร่วง ผมบาง และหนังศีรษะผิดปกติ ทำให้นำไปสู่ภาวะศีรษะล้าน-เถิกได้ อย่างไรก็ตาม ถึงเเม้ว่าการหลุดร่วงของเส้นผมในชีวิตประจำวันจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาก็ตาม เเต่ถ้าหากเส้นผมหลุดร่วงจนครบวงจรเเล้วเส้นผมก็ไม่สามารถงอกใหม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากมีสิ่งเร้าที่มากระตุ้นให้วงจรชีวิตของเส้นผมเข้าสู่ระยะหยุดเจริญเติบโตเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นเราจึงควรหมั่นดูแล รักษา และบำรุงเส้นผมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เส้นผมมีสุขภาพเเข็งแรง และอยู่กับเรานานที่สุด
ประวัติการปลูกผมย้ายราก
ยุคที่ 1 – Hair Plug การทำศัลยกรรมการปลูกผมครั้งแรกต้องย้อนไปถึงปี 1952 โดย Dr.Norman Orentrich ที่นิวยอร์คครับ แต่ว่าในช่วงแรกเอกสารของเขาไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มแพทย์ หลังจากโดนปฏิเสธไปหลายครั้ง ในที่สุดปี 1959 เอกสารฉบับแรกก็ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ เขาได้บัญญัติคำว่า “Donor Dominance” เพื่ออธิบายหลักการพื้นฐานของการปลูกผมซึ่งกล่าวว่า ผมที่ปลูกไปใหม่ยังคงแสดงลักษณะเดียวกันของเส้นผมจากที่มันเคยอยู่ ดังนั้นหมายความว่าการที่เราย้ายผมที่แข็งแรงจากด้านหลังนั้นจะยังคงมีความแข็งแรง และแทบไม่ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT นั่นเองครับ แต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์ของการปลูกผมแบบนี้อัตราการอยู่รอดของกราฟต์ค่อนข้างต่ำ และด้วยการใช้กราฟต์ผมขนาด 4มม. หรือที่เราเรียกกันว่า Hair Plug นั่นเอง ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่เป็นธรรมชาติมาก ๆ หากใครนึกภาพไม่ออก ก็ลองจินตนาการถึงผมเป็นกอ ๆ ของตุ๊กตาได้เลยครับ ยุคที่ 2 – Mini-Grafts and Micro-Grafts ในปี 1984 “Mini-Grafts” เป็นเทคนิคที่ใช้การตัดชิ้นกราฟต์เล็กๆจากแผ่นหนังศีรษะแทนการเจาะ โดย “Micro-Grafts” จะเล็กกว่ามีเส้นผมอยู่ที่ 1-2 เส้น ส่วนใหญ่เอาไว้ใช้ทำแนวเส้นผมด้านหน้า และเมื่อมีการใช้ Micro-Grafts ด้านบนศีรษะ และใช้ Mini-Grafts ด้านหน้าทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น เราเรียกเทคนิคนี้ว่า “Mini-Micro” และเพราะว่าเป็นธรรมชาติกว่าทำให้เทคนิค Mini-Micro ค่อย ๆ แทนที่เทคนิค Hair Plug ไปในที่สุด จากนั้นการปลูกผมแบบนี้ก็กลายเป็นที่นิยมอย่างมากกว่า 20 ปี แต่ด้วยความที่กราฟต์ผมไม่ได้มีการตัดแต่งเนื้อเยื่อทำให้กราฟต์ผมใหญ่กว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้ปลูกได้ไม่แน่นเท่าไรนัก แผลขนาดใหญ่เกินความจำเป็น และที่สำคัญมีระยะพักฟื้นนาน ยุคที่ 3 – Follicular Unit Transplantation (FUT) ในปี 1994 Dr.William Rassman และ Dr.Bernstein ได้คิดค้นไอเดียใหม่ที่เปลี่ยนแปลงการปลูกผมอย่างแท้จริง นั่นก็คือการที่เราจะปลูกเฉพาะเซลล์รากผมที่มีเส้นผมขนาด 1-4 เส้นแทนที่จะปลูกเป็นก้อนนั่นเอง ในปี 1995 เขาได้มีการใช้กล้องจุลทรรศน์ (คิดค้นโดย Dr.Bobby Limmer) ในการแบ่งเอาเซลล์รากผมออกมาจากแผ่นหนังศีรษะที่กรีดออกมา ผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่าว้าวมาก ๆ ในสมัยนั้นครับ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการที่ต้องพึ่งพาฝีมือของหมอและทีมงานมากขึ้นนั่นเอง การปลูกผมด้วยเทคนิค FUT ได้รับการต่อต้านจากสมาคมปลูกผมเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากที่มีความต้องการที่จะปลูกด้วยเทคนิคนี้ของคนไข้เป็นจำนวนมาก และภาพรีวิวที่ดูสวยกว่า Mini-Micro เป็นอย่างมาก ในช่วงยุคปี 2000 การปลูกผมด้วยเทคนิคนี้ถือเป็นการปลูกผมกระแสหลักเลยทีเดียวครับ ยุคที่ 4 – Follicular Unit