การปลูกหนวดเครา

หนวดเคราถือเป็นลักษณะสำคัญของใบหน้าของผู้ชายมานานหลายศตวรรษ เพราะไม่เพียงแต่แสดงออกถึงความเป็นชาย แต่ยังถือเป็นเครื่องประดับบนใบหน้าอีกด้วย รูปร่าง สี และความยาว ขนบนใบหน้า จึงมีความสำคัญต่อรูปลักษณ์และความน่าดึงดูดใจ เช่นเดียวกับทรงผม

การปลูกหนวดเคราคืออะไร?

ไม่ว่าปัญหาของหนวดเคราจะเป็นผลมาจากพันธุกรรมหรือฮอร์โมน หัตถการปลูกหนวดเคราแบบแผลเล็กสามารถปลูกหนวดเคราให้ปกคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ เช่นเดียวกับการปลูกผมแบบดั้งเดิม โดยการนำเส้นขนจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมาปลูกลงในบริเวณที่ต้องการ ซึ่งสามารถเติมเต็มได้แม้กระทั่งช่องว่างเล็ก ๆ เช่น ช่องว่างที่เกิดจากแผลเป็น

วิธี FUE – การปลูกหนวดเคราแบบย้ายเซลล์รากผม

ในการปลูกหนวดเคราด้วยวิธี FUE จะมีการนำรากผมทีละรากออกจากหนังศีรษะด้วยความแม่นยำสูงมาก จากนั้นจึงเก็บรักษาไว้ชั่วคราวก่อนนำไปปลูก เนื่องจากเทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่อ่อนโยนและซับซ้อน และไม่มีแผลเป็นหลงเหลืออยู่ วิธีนี้จึงได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ที่ชอบไว้ผมสั้น นอกจากนี้ แผลยังหายเร็ว และเส้นผมที่ปลูกสามารถเจริญเติบโตได้รวดเร็ว

วิธี FUT วิธีการปลูกหนวดเคราด้วยกอรากผม

วิธีนี้ไม่เหมาะกับการปลูกหนวดเครา

การปลูกหนวดเคราด้วยวิธี DHI (Direct Hair Implantation)

ในวิธีนี้ เส้นผมของผู้ป่วยจะถูกนำออกจากบริเวณ Donor Area ซึ่งปกติแล้วจะเป็นด้านหลังของศีรษะ ทีละเส้นแล้วนำไปปลูกลงในบริเวณที่เหมาะสมในทันที จึงไม่มีรอยผ่านและรอยแผล และรากผมมีอัตราการรอดสูงกว่าปกติมาก

ข้อดีและข้อเสียของการปลูกหนวดเครา

การปลูกหนวดเคราเหมาะกับใคร?

การปลูกหนวดเคราเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ชายที่ต้องการปลูกหนวดเครา แต่สิ่งที่สำคัญคือบริเวณ Donor Area ที่ด้านหลังศีรษะหรือกระหม่อมจะต้องมีพื้นที่มากพอ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการอย่างเต็มที่ หากที่ด้านหลังหรือด้านบนศีรษะจะมีรากผมไม่เพียงพอ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เส้นผมจากส่วนอื่นของร่างกาย

เช่นเดียวกับหัตถการผ่าตัดทุกประเภท การปลูกหนวดเคราก็มีผลข้างเคียงและความเสี่ยงเช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยทุกคนจึงควรได้รับข้อมูลเหล่านี้อย่างครบถ้วน แม้ว่าอาการแทรกซ้อนจะพบได้ยากในการปลูกผมที่ทำโดยแพทย์ปลูกผม แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ โดยผู้ป่วยจำนวนมากจะรู้สึกคันเล็กน้อยหลังการปลูกหนวดเครา และหากผู้ป่วยเกามากเกินไป เชื้อโรคและแบคทีเรียอาจทำให้เกิดการติดเชื้อตามมาได้ แม้จะมีความเสี่ยงต่ำก็ตาม

ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกชา แต่อาการเหล่านี้มักจะหายไปหลังผ่านไป 2-3 สัปดาห์ แต่ในบางกรณีรอยเจาะที่เกิดจากการปลูกหนวดเคราอาจทำให้เกิดเลือดออก ซึ่งทำให้เกิดอาการบวมอย่างรุนแรงในวันถัดมา ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกรำคาญ แต่ไม่เป็นอันตราย โดยควรรักษาอาการบวมร่วมกับการดูแลความสะอาดของผิวหนัง และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง

 

การปลูกหนวดเคราเหมาะกับใคร?

การปลูกหนวดเคราเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างภาพลักษณ์ที่ต้องการสำหรับผู้ชายที่ไม่พอใจกับหนวดเคราของตนเอง แต่ผู้ป่วยจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขบางประการ และการที่เส้นขนไม่งอกนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการปลูกหนวดเครา

การปลูกหนวดเคราสามารถใช้ได้กับทุกคนไม่ว่าจะเกิดจากการขาดฮอร์โมน แผลเป็น หรือความบกพร่องทางพันธุกรรม อย่างไรก็ตาม ผิวหนังบริเวณดังกล่าวจะต้องมีสุขภาพดี และไม่มีการติดเชื้อหรือการบาดเจ็บ นอกจากนี้ บริเวณหลังศีรษะที่ใช้เป็น Donor Area ควรมีผมปริมาณมากเพียงพอ

 

ขั้นตอนการปลูกหนวดเครา

คลินิกที่ทันสมัยหลายแห่งมีขั้นตอนการปลูกหนวดเคราที่เหมือนกัน โดยในขั้นแรก แพทย์ปลูกผมและผู้ป่วยจะปรึกษาหารือกันเพื่อให้ทราบถึงความต้องการและความคิดของผู้ป่วย ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ และขั้นตอนที่จำเป็น

จากนั้นศัลยแพทย์จะมีการกำหนดจำนวนกราฟต์ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ และตรวจสอบปริมาณกราฟต์ที่สามารถสกัดออกจาก Donor Area

การปลูกหนวดเคราเป็นหัตถการผ่าตัดแบบแผลเล็ก โดยเริ่มจากการสกัดกราฟต์หรือกอรากผม จากด้านหลังของศีรษะผู้ป่วย จากนั้นจึงเลือกกอรากผม และตรวจสอบความแข็งแรงและความหนา เพื่อคัดเส้นผมที่เล็กเกินไปออก เนื่องจากเส้นขนที่ศีรษะนั้นเติบโตเป็นกลุ่ม แต่เส้นขนที่หนวดเครานั้นประกอบด้วยเส้นขนเดี่ยว ดังนั้นจึงต้องแยกกอรากผมที่สกัดออกมาให้เป็นเส้นขนเดี่ยว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ในขณะเดียวกัน แพทย์จะเตรียมบริเวณผิวหนังที่ต้องการปลูกหนวด โดยการเจาะช่องขนาดเล็กที่ผิวหนัง

เมื่อเตรียมบริเวณหนวดเคราและเส้นขนที่จะใช้เรียบร้อยแล้ว ขนแต่ละเส้นจะถูกปลูกเข้าไปในช่องเล็ก ๆ ที่สร้างขึ้น ซึ่งขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาหลายชั่วโมง และโดยปกติแล้วผู้ป่วยจะสามารถออกจากสถานพยาบาลได้ทันทีจากปลูกหนวดเคราเสร็จ

โดยผลลัพธ์สุดท้ายสามารถเห็นได้หลังได้หลังจากผ่านไปประมาณ 6-12 เดือน เนื่องจากเส้นขนที่นำไปปลูกต้องใช้เวลาในการงอกใหม่

การผ่าตัดหลังการปลูกหนวดเครา

ผู้ป่วยมักไม่รู้สึกเจ็บปวดในระหว่างการพักฟื้นจากการปลูกหนวดเครา และพบปัญหาน้อยมาก แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย ได้แก่ อาการคัน สะเก็ดแผลเล็ก ๆ เลือดออกเล็กน้อย อาการบวม และ/หรือ รอยฟกช้ำ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในทุกหัตถการที่มีการทำให้เกิดแผลที่ผิวหนัง และเป็นเรื่องปกติมากที่เส้นผมที่ปลูกไว้จะหลุดร่วงภายในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก แต่ผมจะงอกขึ้นใหม่ในไม่กี่เดือนต่อมา ดังนั้นผู้ป่วยจึงไม่ต้องกังวลกับผลข้างเคียงเหล่านี้

แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานหรือชนิดทาให้กับผู้ป่วยเพื่อบรรเทาอาการคันและสะเก็ดแผล ซึ่งจะทำให้หายเร็วขึ้น

ทางเลือกอื่น ๆ

  • หนึ่งในวิธีการทางเลือกที่ดีที่สุดในการปลูกหนวดเคราก็คือการใช้ยามิน็อกซิดิล สารละลายชนิดนี้ให้ผลดีในผู้ชายที่มีปัญหาผมร่วงลุกลาม เนื่องจากจะไม่ทำให้เส้นขนโตขึ้นมากนักในบริเวณที่เถิกล้าน แต่จะช่วยกระตุ้นการเติบโของเส้นขน และเพิ่มความหนาแน่นของหนวดเคราของผู้ป่วย
  • อีกทางเลือกหนึ่งคือการรับประทานอาหารเสริม เนื่องจากผมร่วงอาจเกิดจากการขาดวิตามินหรือสารอาหาร ด้วยเหตุนี้ การรับประทานอาหารที่สมดุลจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก หากไม่มีสารอาหารหรือวิตามินเหล่านี้ รากผมก็จะเติบโตได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น คุณจึงควรรับประทานอาหารเสริมหากคุณไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็นจากอาหารของคุณ
  • การออกกำลังกายและการลดน้ำหนักสามารถเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนได้ ในทางกลับกัน จะช่วยให้เส้นขนบริเวณเครายาวและเติมเต็มจุดที่เป็นหย่อมหรือบาง   การออกกำลังกายยังสามารถช่วยลดการอุดตันของขุมขนซึ่งอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เคราไม่งอก   การปลูกหนวดเครามีข้อดีที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องรับสารเคมีใด ๆ เข้าสู่ร่างกาย เนื่องจากใช้วิธีการธรรมชาติทั้งหมด
  • การบำบัดด้วยฮอร์โมนสามารถใช้เป็นทางเลือกในการปลูกขนบนใบหน้าได้ โดยแพทย์อาจสั่งยาฮอร์โมน หรือยาฉีดให้กับผู้ป่วยเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม แต่การรักษาด้วยฮอร์โมนก็มีผลข้างเคียงหลายอย่าง ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้ฮอร์โมนบำบัด

สามารถปลูกหนวดเคราพร้อมกับปลูกผมได้หรือไม่?

สามารถทำการปลูกเคราร่วมกับการปลูกผมได้ แต่สิ่งสำคัญก็คือ บริเวณ Donor Area จะต้องมีเส้นขนมากพอที่จะปกคลุมบริเวณที่ต้องการ ทั้งที่ศีรษะและหนวดเครา

Dr. Suthida Arayametee

พญ. สุธิดา อารยเมธี

– แพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(Doctor of Medicine, Chiang Mai University)

– Grad.Dip.Clin.Sci.(Radiology), Chiang Mai University

– Diploma in Practical Dermatology, Cardiff University, UK

  • Certificate of completion: Fundamental of Platelet Rich Plasma (PRP) Therapy Training Course
  • Certificate of attendance: Implanter Workshop for Hair Transplantation, Faculty of Medicine Siriraj Hospital
  • Certificate of Completion: Medical Weight Management Specialist, School of Antiaging and Regenerative Medicine, Mae Fah Luang University
  • Certificate of attendance RELIFE Master Network Module 3 Advance Workshop for Thread Lifting (Definisse Free Floating)
  • Certificate of attendance Mid-Face Correction & Enhancement using thread, botulinum toxin, filler Workshop by No 1 Trainer
  • Certificate of attendance: RELIFE Master Network Module 2 Advance Workshop for thread Lifting (Definisse Double thread technique with 23-cm-thread)
  • Certificate of attendance: 9th ITCAM Hands-on Cadaveric Dissection of Toxin and Filler Injections and Thread Lift

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการทำงานของเว็บไซต์

    ซึ่งเป็นคุกกี้ประเภทที่จดจำสิ่งที่ผู้ใช้บริการเลือกหรือตั้งค่าบนเว็บไซต์เช่น ชื่อบัญชีผู้ใช้ภาษา ฟ้อนต์และรูปแบบการนำเสนอ ข้อมูลต่าง ๆ ที่ตรงความต้องการเฉพาะบุคคลให้แก่ผู้ใช้บริการได้มากขึ้นตามการตั้งค่าที่เลือกไว้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า